ฤดูฝนตอนปลายในยามที่งานชุกชุม อยากปลีกวิเวกแต่มีเงื่อนไข ต้องไปในที่ที่สัญญาณเน็ตแรงไว้ก่อน อย่างน้อยเปิดอีเมลรับเรื่อง ส่งงาน ตอบคำถามไขข้อสงสัยเร่งด่วนให้ใครๆ ได้ จึงจะอนุญาตให้ตัวเองออกไปเริงร่าได้อย่างชอบธรรม เลือกมาเยือนอุดรธานี จังหวัดใหญ่แห่งนี้เป็นประตูสู่ภาคอีสานตอนบน ด้วยสนามบินนานาชาติที่มีหลายสายการบินให้บริการ สร้างการแข่งขันจนเกิดเป็นราคาดีๆ แก่ผู้เดินทาง และตำแหน่งที่ตั้งของจังหวัดเองก็เป็นศูนย์กลางซึ่งสามารถเดินทางสู่จังหวัดต่างๆ โดยรอบได้อย่างสะดวกสบาย ในโลกปัจจุบันเจริญก้าวหน้าในหลายๆ ด้านขนาดนี้ เหมือนเป็นเงาสะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดินในอดีต ทั้งโบราณวัตถุยุคสำริดที่บ้านเชียงและบริเวณโดยรอบ และหากต้องการบรรยากาศที่ต่อเนื่อง จังหวัดหนองบัวลำภูซึ่งอยู่ไม่ห่างกันนัก ก็เป็นอีกที่ที่เราจะสามารถย้อนรอยประวัติศาตร์ เก่าแก่กลับไปไกลจนถึงยุคไดโนเสาร์ครองโลกได้เลยทีเดียว

ยามเช้าที่อุดรธานี รับวันใหม่ด้วยอาหารประจำถิ่นที่ร้านข้าวเปียกอุดร รายการอาหารมีกลิ่นอายความเป็นเวียดนามบรรจุอยู่ สนนราคาก็ย่อมเยา หลายเมนูอ่านชื่อแล้วยังต้องออกปากถามว่ามันคืออะไรหรือ ร้านคึกคักแต่เช้าด้วยขาประจำขาจรที่เข้ามาเติมพลังมื้อแรกของวัน พออิ่มท้อง แดดก็เริ่มทวีความเข้มข้น ขับให้ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าสด ก่อนเดินทางต่อ ไม่ลืมเติมคาเฟอีนด้วยกาแฟอะเมซอน สาขาที่อยู่เยื้องร้านข้าวเปียกอุดรนี้เขาใหญ่โตกว้างขวางทั้งในร้านและลานจอดรถ การตกแต่งข้างในร้านก็ทำได้ดี โปร่งสบายน่านั่งมาก สามารถอาศัยจอดรถได้หากหาที่จอดหน้าร้านข้าวเปียกไม่ได้ 

พิพิธภัณฑ์หอยหิน ๑๕๐ ล้านปี จังหวัดหนองบัวลำภู

หากจะเริ่มต้นทำความรู้จักกับหอยหินโบราณในประเทศของเราที่พบโดยชาวบ้านขณะกำลังหาเก็บของป่าเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน เราคงต้องย้อนกลับไปไกลถึงยุคจูราสสิค เมื่อมีการพบฟอสซิลไดโนเสาร์ในบริเวณใกล้เคียงกัน จึงทำให้เกิดเป็นพิพิธภัณฑ์และพัฒนาจนมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ พิพิธภัณฑ์หอยหิน ๑๕๐ ล้านปีแห่งนี้มีพื้นที่ไม่กว้างเกินไปนัก สามารถเดินจากลานจอดรถได้ในระยะกำลังสบาย การจัดแสดงจะมีตัวอย่างฟอสซิลแสดงให้ชมพร้อมด้วยคำบรรยายที่จัดวางได้อย่างน่าสนใจ เนื้อหากระชับและได้ใจความ ไฮไลท์ที่เด็กๆ ชื่นชอบคือทีเร็กซ์ขนาดใหญ่ที่กลางโถงจัดแสดง มันเคลื่อนไหวพร้อมส่งเสียงคำรามเรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากผู้ชมวัยเยาว์ได้อย่างต่อเนื่อง ฟอสซิลหอยกาบคู่ที่เดินทางผ่านกาลเวลามาไกลแสนไกลนอนเรียงรายสงบนิ่งอยู่ในตู้กระจก กระดูกส่วนต่างๆ ของไดโนเสาร์ที่จัดแสดงเป็นชิ้นๆ ทำให้จินตนาการของเราต่อเติมและขยายมันออกตามสัดส่วน เหมือนกับว่าถ้าเราจะเงยหน้าขึ้นตอนนี้ คงจะได้สบตากับสัตว์โลกล้านปีที่ก้มลงมองด้วยเขี้ยวแหลมเต็มปาก

ฟอสซิลไดโนเสาร์ถูกพบในเมืองไทยส่วนมากที่ภาคอีสาน และภาคเหนือเล็กน้อย และมีจำนวนถึง ๗ ชนิดที่พบครั้งแรกในเมืองไทย ไดโนเสาร์เหล่านั้นจึงได้รับการตั้งชื่อตามทำเล หรือนักธรณีวิทยาผู้ขุดค้น ทำให้มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ผสมไทยอ่านออกเสียงแล้วน่าสนุก ยกตัวอย่างเช่น ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน ยักษ์กินพืชที่รู้ได้ด้วยชื่อว่าค้นพบที่ภูเวียง และตั้งเพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่สมเด็จพระเทพฯ หรือ สยามโมซอรัส สุธีธรนิ ซึ่งแปลว่าสัตว์เลื้อยคลานแห่งสยาม และผู้เป็นกำลังสำคัญในการขุดค้นมีนามสกุลว่า สุธีธร แม้พิพิธภัณฑ์จะไม่ได้กว้างมาก แต่เมื่อได้เดินช้าๆ ค่อยๆ ดูและอ่าน ค่อยๆ ซึมซับเรื่องเล่าของกาลเวลา มันทำให้รู้สึกได้ว่า โลกได้วิวัฒน์มาไกลขนาดไหน และด้วยสภาวะที่เหมาะเจาะระดับหนึ่งในล้านขนาดไหน จึงกลายมาเป็นบ้านอันน่าอยู่ของพวกเราในทุกวันนี้ 

ทำให้เราตั้งคำถามถึงสิ่งที่เรากำลังทำ ทุกก้าวที่เราจะก้าวต่อไปจากนี้ ในฐานะหนึ่งในห่วงโซ่ของวิวัฒนาการ เราจะสืบสานเรื่องราวของเราต่อไปอย่างไร

ระหว่างทางแวะชมบรรยากาศเขื่อนห้วยหลวงในยามที่ผักตบชวาปกคลุมพื้นที่ส่วนมากของผิวน้ำ แล้วเพลิดเพลินกับเรื่องเล็กๆ ของธรรมชาติ เมื่อแมลงปอบ้านไร่ปีกทองเปื้อนบินว่อนอยู่ทั่วไปหมด ทำให้ถนนและทุ่งหญ้าหัวสันเขื่อนเหมือนเป็นท่าอากาศยานขนาดจิ๋วที่แสนวุ่นวาย ขณะที่ความเงียบสงบปกคลุมไปทั่วบริเวณ จนแทบจะได้ยินเสียงของแสงแดดบนปีกแมลงปอ

หมุนเวลากลับมาเร็วๆ จาก ๑๕๐ ล้านปีก่อน พร้อมกับขับรถย้ายเมืองจากหนองบัวลำภู ๑๐๐ กม. ต่อมา เราก็มาถึงบ้านเชียง อุดรธานี แหล่งโบราณวัตถุยุคสำริด หรือราวๆ ๕๐๐๐-๒๕๐๐ ปีก่อน เมื่อมนุษย์พัฒนาพ้นจากยุคหิน รู้จักใช้โลหะทำเครื่องใช้และเครื่องประดับ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง ถูกก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๕ หลังการเสด็จประพาสเยี่ยมชมหลุมขุดค้นที่วัดโพธิ์ศรีในของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ชุมชนโดยรอบสงบเงียบและเป็นบ้านเรือนดั้งเดิม ทราบภายหลังว่า เนื่องจากมีการค้นพบโบราณวัตถุมากมายในบริเวณบ้านเชียง ทำให้บริเวณทั้งหมดถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก (ยูเนสโก) ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๕ บ้านเรือนในบริเวณมรดกโลกจะไม่สามารถลงเสาเข็มได้ ต้องก่อสร้างโดยใช้ฐานรากชนิดแผ่เท่านั้นเพื่อป้องกันการทำลายโบราณวัตถุที่ยังไม่ได้ถูกค้นพบ ข้อดีในเชิงท่องเที่ยวคือทำให้บ้านเรือนละร้านรวงดูมีเอกลักษณ์ งดงามด้วยความเรียบง่าย 

หลุมขุดค้นที่วัดโพธิ์ศรีในเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งมีหลังคาปกคลุม บริเวณแวดล้อมสะอาดเรียบร้อย หมาวัดนอนหลับอย่างสบายใจใต้ร่มไม้ที่แผ่กว้างจนต้องมีโครงเหล็กมารองรับ ปัจจุบันหม้อไหและโครงกระดูกของแท้ทั้งหมดได้ถูกย้ายไปเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์แล้ว แต่ที่หลุมขุดค้นมีของจำลองซึ่งติดตั้งไว้เลียนแบบครั้งที่ขุดค้นพบจริงๆ อย่างที่สุด ภาชนะดินเผาที่พบที่บ้านเชียงมีความสวยงามเพราะใช้เทคนิคเขียนสีหลังการเผา ซึ่งต่างจากภาชนะโบราณจากแหล่งอื่นที่เขียนสีก่อนแล้วจึงเผา ทำให้สีไม่เข้มชัดเหมือนที่บ้านเชียง หลุมขุดค้นนี้ถูกสันนิษฐานว่าเป็นหลุมฝังศพของตระกูลใหญ่ แต่ละซากถูกฝังพร้อมด้วยภาชนะและเครื่องประดับ ฝังชิดและสลับหัวสลับเท้า แต่สังเกตคล้ายจะเรียงตัวในทิศทางเดียวกัน เมื่อแวะในยามที่ไม่มีผู้ชมอื่น เจ้าหน้าที่ที่ดูแลจึงมีเวลาอธิบายข้อซักถามอย่างจุใจ ได้รับความรู้และแรงบันดาลใจมากมาย

ก่อนจากบ้านเชียง แวะเดินชมของฝากจากร้านรวงที่ฝั่งตรงข้ามพิพิธภัณฑ์ วันธรรมดาแต่ละร้านค่อนข้างเงียบ พ่อค้าแม่ค้าหลบแดดอยู่หลังแผงผ้าทอ ผ้าขาวม้าสีสันสดใสที่แขวนสูงอวดลวดลายและการผสมผสานของสีสัน ภาชนะดินเผาตั้งแต่ขนาดจิ๋วแขวนพวงกุญแจไปจนถึงขนาดใหญ่โต จำลองการเขียนลายในแบบของโบราณวัตถุบ้านเชียงตั้งเรียงรายอยู่หน้าร้าน ของกินของฝากดูคุณภาพดี เสียงคุณลุงเจ้าของร้านขายพิณอีสานและรวมของที่ระลึก ดีดพิณเสียงกังวาลด้วยจังหวะหมอลำสนุกๆ หรือจะได้เวลาแวะนั่งร้านกาแฟ เช็คเมลที่ทำงานเสียหน่อย เพื่อเสริมพลังให้กับการท่องเที่ยวส่วนบุคคลที่ยั่งยืนต่อไป