เคยไหมเวลาคิดอะไรไม่ออก แล้วผูกสมองไว้ที่ปุจฉานั้น หัวไม่แล่นเน้นอดทนอยู่เป็นนานสองนานก็ตีโจทย์ไม่แตก หลายครั้งน่าแปลกใจที่พอนอนหลับไปสักตื่น เช้ามาตอนกำลังตระเตรียมตัวตามกิจวัตรเช้าด้วยสติบางๆ อยู่ๆ คำตอบที่ขบคิดมานานก็ผุดขึ้นมาเงียบๆ คนทำงานสมัยนี้หลายๆ คนโชคดีกว่าสมัยก่อนก็ตรงที่หิ้วโน้ตบุ๊คสักตัวแล้วออกไปหาออฟฟิศที่เป็นแรงบันดาลใจได้เลย บางครั้ง แค่ขยายพื้นที่จากผนังคอนกรีตแข็งๆ เหลี่ยมๆ ไปใช้แนวต้นไม้เป็นกำแพง เปลี่ยนจากห้องติดเครื่องปรับอากาศ เป็นฟอกปอดด้วยธรรมชาติ ไม่แน่ไม่ใช่แค่คิดงานออก อาจจะยิ่งเพิ่มจินตนาการและความสร้างสรรค์ให้กับผลงานของเราอีกด้วย

ถ้าให้นึกถึงจังหวัดโปรดในภาคอีสานสักแห่ง คงมีจังหวัดเลยโผล่ขึ้นมาเป็นลำดับต้นๆ ดินแดนเหนือสุดของภาคอีสาน ที่บางส่วนของแนวเขตจังหวัดรับหน้าที่กั้นพรมแดนประเทศไทยควบอีกตำแหน่ง โดยมีประเทศลาวอยู่อีกฝั่งแม่น้ำ ความยาวถึงเกือบ ๒๐๐ กม. ระหว่างไทยกับลาวแทบตลอดระยะทาง ที่ทอดตัวอยู่ตรงกลางเป็นแม่น้ำ ๒ สาย คือแม่น้ำโขงและแม่น้ำเหือง จังหวัดเลย จึงเป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายทางแหล่งท่องเที่ยวไม่แพ้จังหวัดดังอีกหลายๆ แห่งเลยทีเดียว

เมื่อเดินทางไปจังหวัดเลยทางรถ ผ่านเพชรบูรณ์ใช้ถนนสาย ๒๑ ตรงไปเรื่อยๆ บางช่วงยาวๆ สองข้างทางเขียวชอุ่มไปด้วยผืนป่าสดชื่นจนลืมไปว่ากำลังเดินทางไกล หากเลี้ยวขวาที่แยกบ้านกกกระทอน ทางหลวงชนบทจะนำเรามุ่งหน้าไปสู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ซึ่งครอบคลุม ๔ อำเภอ เป็นพื้นที่เกือบ ๙๐๐ ตารางกิโลเมตร ลักษณะเป็นภูเขาสูงยอดเป็นพื้นราบ เหมือนแผ่นดินถูกยกตัวขึ้นเมื่อคราวเปลือกโลกเคลื่อนสักครั้งหนึ่งนานมาแล้วในอดีต เรายังสามารถพบทรายจำนวนมากที่บนพื้นที่สูงของภูหลวง ทำให้สันนิษฐานได้ว่า เดิมอาจจะเคยเป็นพื้นที่ที่จมอยู่ใต้ท้องทะเลมาก่อน

การเยือนภูหลวงนั้น อาจจะต้องมีกฎกติกากันสักหน่อย ผู้สนใจเข้าพักต้องติดต่อก่อนล่วงหน้า และต้องเดินทางถึงที่ทำการด้านล่าง ไม่ควรช้ากว่าบ่ายสามโมงของแต่ละวัน เมื่อผ่านกระบวนการลงทะเบียนแล้ว เส้นทางเล็กแคบจะนำเราขึ้นสู่ที่สูง เป็นระยะทางเพียง ๑๐ กม. เท่านั้น แต่เป็น ๑๐ กม. ที่ต้องใช้ความระมัดระวัง ทั้งสภาพเส้นทาง และป่าที่รกครึ้ม กิ่งก้านต้นไม้ใหญ่ห้อยย้อยปรกเหนือถนน จนดูเหมือนว่าเวลาผ่านไปจนค่ำมืดยิ่งกว่าที่นาฬิกาบอกเรา อีกทั้งเมื่อบ่ายคล้อย โอกาสที่จะพบฝูงช้างระหว่างทางก็มีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเผินๆ ดูน่าตื่นเต้นอยู่หรอก แต่ในความเป็นจริงแล้วมันจะเป็นเหตุการณ์ที่อันตรายมาก

ภูหลวงมีอากาศที่เย็นกว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของประเทศอยู่เสมอ นอกจากจะเย็นแล้ว ยังเป็นอากาศที่สะอาดบริสุทธิ์ พิสูจน์ได้จากพฤกษานานาพันธุ์ หลายชนิดแทบไม่เคยเห็นจากที่อื่น ความสดชื่นของอากาศกับดอกกล้วยไม้ป่าแสนสวยที่ผลัดกันออกดอกให้ชม และโรโดเด็นดรอน หรือที่เรียกกันว่า กุหลาบพันปีที่บานตามฤดูกาลราวเดือนกุมภาพันธ์ของแต่ละปี เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติมีทั้งเส้นทางที่เดินไม่ยาก และแบบที่ท้าทายขึ้นอีกหน่อย ตามแต่ความพร้อมของกายใจ และการนำทางของเจ้าหน้าที่ ทั้งในเส้นทางเดินเท้าและบริเวณรอบๆ ที่พัก ป่าไม้มีความอุดมสมบูรณ์มาก ทำให้สามารถพบร่องรอยสัตว์น้อยใหญ่ได้บ่อยครั้ง ฝูงหมูป่าที่ขุดเปิดหน้าดินจนหญ้าราบเป็นทาง กองมูลช้างจำนวนมาก ที่บอกให้เรารู้ว่าเพื่อนตัวใหญ่อยู่ใกล้ๆ เราแค่นี้เอง

สำหรับเวลาที่ออกสำรวจผจญภัยเรียบร้อยแล้ว หรือเลือกที่จะอยู่นิ่งๆ ซึมซับบรรยากาศตั้งแต่แรก ทั้งความเงียบสงบและบรรยากาศโดยรอบที่สวยงามไม่พลุกพล่าน ชวนให้เกิดแรงบันดาลใจ ก็ถึงเวลาสร้างสรรค์ผลงานนอกสถานที่กันเลย

อีกสถานธรรมชาติที่พิเศษคล้ายๆ แต่ไม่เหมือนภูหลวงซะทีเดียว ต้องนี่เลย อช. ภูสวนทราย หรือชื่อเดิมคือ อช. นาแห้ว ตั้งอยู่ใน อ.นาแห้ว กั้นระหว่างประเทศลาวด้วยแม่น้ำเหือง บางจุดตลิ่งไม่สูงนัก แม่น้ำมีน้ำไหลเอื่อยๆ หน้ากว้างขนาดเรียกแม่น้ำแล้วกระดากปาก ชาวลาวหิ้วถังแกลลอนลุยน้ำข้ามมาซื้อน้ำมันและของใช้จุกจิกจากร้านฝั่งไทย อช. ภูสวนทรายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีกแห่งที่มีผู้มาเยือนบางตา สิ่งเดียวที่จะกวนสมาธิคือนกในป่าที่ส่งเสียงร้องอย่างเสรี

การเดินทางมายัง อช. ภูสวนทราย ใช้เส้นทางหลักเส้นเดิม ตรงขึ้นมาจนถึงสามแยกที่จะแยกไป อ.ด่านซ้าย ซึ่งสามารถแวะชมพิพิธภัณฑ์ผีตาโขนได้อีกด้วย แต่หากต้องการมาร่วมงานเทศกาลซึ่งโดยมากจะจัดกันในเดือนกรกฎาคม จะต้องเช็คกับทางการท่องเที่ยวจังหวัดเสียก่อน เพราะงานเทศกาลผีตาโขนจะจัดเพียง ๓ วันเท่านั้น

อช. ภูสวนทราย มีที่พักทั้งแบบบ้านและกางเต็นท์ให้เลือกสรร ความเขียวขจีของสนามหญ้า หมอกบางๆ ตอนเช้า และความสงบเงียบ เหมาะทั้งกับการพักผ่อน อ่านหนังสือเล่มโปรด หรือจะนั่งทำงานชิลๆ หากอยากเดินออกกำลังกายลองสอบถามเจ้าหน้าที่ถึงจุดที่จะเดินเท้าเข้าไปรอดูนกหายาก กรณีนี้ควรเตรียมถุงเท้ารองเท้ากันทากไปจะอุ่นใจขึ้น 

มาเลย ไม่แวะเชียงคานก็กระไร หากสามารถเยี่ยมเยือนเชียงคานในวันธรรมดา หนีความหนาแน่นในวันหยุดได้ รับประกันเลยว่าเมืองริมโขงน้อยๆ แห่งนี้ยังมีอะไรที่น่ามาสัมผัสอีกเยอะ ทั้งแก่งคุดคู้ จุดชมโค้งแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านแก่งหินก้อนโตๆ กลางแม่น้ำ อย่าลืมแวะชิมมะพร้าวแก้ว ขนมขึ้นชื่อของที่นี่ และไหว้พระ หากเป็นผู้นิยมตื่นเช้า สามารถนัดหมายกับรถท้องถิ่นให้พาขึ้นภูทอก ไปรอชมพระอาทิตย์ขึ้น พร้อมฉากหลังแม่น้ำโขงกับทิวต้นไม้สวยงามไม่แพ้ที่ไหน ถ้าโชคดีความชื้นเหมาะสม อาจได้ชมทะเลหมอกลอยปกคลุมหมู่บ้านน้อยๆ เบื้องล่างอีกด้วย

กลับมาที่ตัวเมืองเชียงคานชายโขง เมื่อหลายปีก่อนคนกลุ่มแรกๆ ที่มาเยือนหลงสเน่ห์ชุมชนบ้านไม้สองชั้นริมแม่น้ำที่มีสถาปัตยกรรมเป็นเอกลักษณ์ กับวิถีชีวิตเนิบช้า เต็มเปี่ยมไปด้วยวัฒนธรรมประเพณีไทย ปัจจุบันในวันหยุดจะกลายสภาพเป็นถนนคนเดินสวยๆ รายล้อมไปด้วย ที่พักหลายราคาตั้งแต่สุดประหยัดไปจนถึงแสนหรูหรา ร้านขายของทั้งเก่าใหม่ ร้านอาหาร คาเฟ่ดีๆ น่านั่งนานๆ ก็มีมากมายให้เลือก ช่วงเย็นอากาศกำลังสบาย เลือกร้านที่มีที่นั่งด้านริมโขงสักแห่ง นั่งเปิดคอมพ์ทำงานไปพลางมองดูแม่น้ำและฝั่งลาวที่อยู่ตรงข้าม  แม้ความเจริญจะแทรกซึมอยู่ในหลายสิ่งอย่างของเชียงคาน แต่ลมหายใจยังสืบสานเรื่องราวจากรุ่นก่อนมาสู่วันใหม่ และพระอาทิตย์ตกแม่น้ำโขงยังงดงามไม่เคยเปลี่ยนไป